
การเดินทางไปหมู่เกาะฝั่งจังหวัดตราดเป็นจุดหมายยอดนิยมของทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะเกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก ซึ่งแต่ละเกาะมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักท่องเที่ยวพลาดบ่อยที่สุดคือ ไปผิดท่าเรือ, ไปถึงช้า, และ พลาดเรือรอบสุดท้าย ซึ่งทำให้ต้องค้างคืนบนฝั่งแบบไม่ตั้งใจ
บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ทุกอย่างตั้งแต่ตารางเรือ วิธีเลือกท่าเรือ วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงแบบละเอียดที่สุด (อัปเดต 2025)
1) ภาพรวมเส้นทางทะเลตราด – ต้องรู้อะไรก่อนเดินทาง?
จังหวัดตราดมีเรือออกไป 3 เกาะหลัก โดย แต่ละเกาะใช้ท่าเรือไม่เหมือนกัน:
- เกาะช้าง → ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ
- เกาะกูด → ท่าเรือแหลมศอก
- เกาะหมาก → ท่าเรือแหลมงอบ / ฉลวย
ก่อนเดินทางต้องรู้ 3 สิ่งนี้:
- แต่ละท่าเรือมี “ผู้ให้บริการ” ไม่เหมือนกัน
- รอบเรือแตกต่างกัน (บางท่า 10 รอบ/วัน, บางท่าแค่ 2 รอบ)
- การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาจริง 5–6 ชั่วโมง
2) วิธีเดินทางไปเกาะช้าง (Koh Chang)
ใช้ท่าเรือ: อ่าวธรรมชาติ (Ao Thammachart Pier)
ท่าเรือเฟอร์รี่ที่ใหญ่ที่สุด เสถียรที่สุด และมีรอบออกบ่อยที่สุด

รอบเรือปี 2025
- เรือออกทุก 45 นาที–1 ชั่วโมง
- รอบแรก: 06:00 น.
- รอบสุดท้าย: 18:00 น.
(รอบอาจเพิ่มใน High Season)
เวลาขึ้นเรือ
- ระยะเวลา: 30–40 นาที
- มีร้านกาแฟและร้านอาหารที่ท่าเรือ
- ไม่ต้องจองล่วงหน้า (แต่ควรเผื่อเวลาในวันหยุดยาว)
ข้อดีของเกาะช้าง
- เดินทางง่ายที่สุด
- มีที่พักทุกระดับราคา
- มีกิจกรรมหลากหลาย
- ไม่พลาดเรือง่ายเหมือนเกาะกูด
ข้อควรระวัง
- วันเสาร์–อาทิตย์ รถรอขึ้นเรืออาจยาว 30–60 นาที
- ห้ามไปผิดท่าเรือ (บางคนเผลอไปท่าแหลมงอบ)
3) วิธีเดินทางไปเกาะกูด (Koh Kood)
ใช้ท่าเรือ: แหลมศอก (Laem Sok Pier)
เกาะกูดไม่มีเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ มีแต่ speedboat เท่านั้น และมี 3–4 บริษัทให้บริการ

รอบเรือ Speedboat ปี 2025
ขึ้นอยู่กับบริษัท แต่โดยรวมคือ:
- 10:00 น.
- 12:00 น.
- 14:20 น.
- 16:00 น. (บางบริษัทเท่านั้น)
เวลาที่ใช้เดินทาง
- 45–60 นาที
ทำไมนักท่องเที่ยวพลาดเรือเกาะกูดบ่อยที่สุด?
เพราะ:
- รอบเรือน้อยกว่าทุกเกาะ
- หลายบริษัทปิดรอบเร็ว (ช่วง High Season เปลี่ยนเวลา)
- มาถึงช้า = ต้องค้างคืนบนฝั่งตราดทันที
- คนจำนวนมากคิดว่าเวลาการเดินทางเหมือนเกาะช้าง ซึ่งไม่ใช่
คำแนะนำสำคัญ
- ควรถึงท่าเรือ ก่อนรอบเรืออย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- วันหยุดยาวให้เผื่อเวลา 2 ชั่วโมง
- จองตั๋วล่วงหน้าเสมอ (บางวันเต็ม)
4) วิธีเดินทางไปเกาะหมาก (Koh Mak)
ใช้ท่าเรือ: แหลมงอบ (Laem Ngop / Prince Chumphon Pier)
เป็นท่าเรือที่สวย บรรยากาศดี และได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ไปเกาะหมาก

รอบเรือปี 2025
- รอบเช้า 09:00 น. (รอบหลัก)
- รอบบ่าย 11:30–13:30 น. แล้วแต่บริษัท
- ช่วง High Season มีรอบเพิ่ม
เวลาที่ใช้เดินทาง:
- Speedboat: 30–45 นาที
- Wooden boat (บางเจ้า): 50–60 นาที
ข้อดีของเกาะหมาก
- เงียบ สงบ เหมาะกับคู่รักและ Slow Life
- การเดินทางไม่เครียดเท่าเกาะกูด
- ไป–กลับในวันเดียวได้ถ้าวางแผนดี
5) การเดินทางจากกรุงเทพฯ → ตราด (Car / Taxi / Bus / Flight)
1) รถส่วนตัวหรือแท็กซี่ส่วนบุคคล
เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีกระเป๋าเดินทางเยอะหรือเดินทางเป็นครอบครัว
ระยะเวลาจริง:
- วันธรรมดา: 4.5–5.5 ชั่วโมง
- เสาร์–อาทิตย์: 5–6 ชั่วโมง
- วันหยุดยาว: 6.5–9 ชั่วโมง
สิ่งที่ต้องระวัง → ออกจากกรุงเทพฯไม่ควรเกิน 09:00 น.
2) รถตู้ / รถบัสสาธารณะ
- ออกจากเอกมัย / หมอชิต
- ราคาประหยัด แต่เสียเวลาและไม่เหมาะสำหรับคนที่มีสัมภาระ
3) เครื่องบินไปตราด
- สายการบิน Bangkok Airways เท่านั้น
- มาถึงสนามบินตราดแล้วต้องต่อรถไปยังท่าเรือ
- เหมาะกับคนที่ต้องการความเร็ว แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
6) สิ่งที่นักท่องเที่ยวพลาดบ่อยที่สุด (ควรอ่านก่อนเดินทาง)
1) ไปผิดท่าเรือ
ท่าเรือแต่ละเกาะไม่เหมือนกัน → ควรตรวจชื่อท่าเรือให้ชัดเจน
2) เชื่อ Google Maps เกินไป
Google บอก 4 ชั่วโมง → การจริง 5–7 ชั่วโมง
3) มาถึงท่าเรือก่อนเรือออก 10 นาที
Speedboat ไม่รอ! ต้องถึงก่อนอย่างน้อย 45–60 นาที
4) ไม่เช็คคลื่นลม
บางวันเรือดีเลย์เพราะคลื่นแรง (โดยเฉพาะก.พ.–มี.ค.)
5) ไม่เผื่อเวลารอคิวขึ้นเรือ
โดยเฉพาะเกาะช้าง วันหยุดคิวรถขึ้นเรืออาจยาว 40–60 นาที
7) สรุป: ควรเลือกเกาะไหนดี?
เกาะช้าง – เดินทางง่ายสุด มีกิจกรรมเยอะ เหมาะกับทุกกลุ่ม
เกาะกูด – เงียบสงบ น้ำใสที่สุด แต่พลาดเรือได้ง่าย
เกาะหมาก – Slow life, สงบกว่าช้าง, เดินทางง่ายกว่าเกาะกูด
ถ้าต้องเลือกจาก “ความสะดวกในการเดินทาง” → เกาะช้าง (อันดับ 1)
ถ้าต้องเลือกจาก “ความสวยของน้ำทะเล” → เกาะกูด (อันดับ 1)
ถ้าต้องเลือกจาก “ความเงียบไม่วุ่นวาย” → เกาะหมาก (อันดับ 1)
